Morning News Update 26-02-2569 ตลาดทองคำนิวยอร์ก
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (25 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ รวมทั้งความกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรจะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น
.
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 49.90 ดอลลาร์ หรือ 0.96% ปิดที่ 5,226.20 ดอลลาร์/ออนซ์
.
นักวิเคราะห์จาก TD Securities กล่าวว่า นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่เป็นผลมาจากมาตรการภาษีศุลกากรและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน
.
โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเตรียมปรับขึ้นภาษีศุลกากร สู่ระดับ 15% จากปัจจุบันที่ระดับ 10% แต่ยังไม่มีกำหนดการบังคับใช้ โดยจะขึ้นอยู่กับคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
.
ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) ศาลฎีกาสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ โดยมีคำวินิจฉัยว่า ปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ในการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ต่อประเทศต่าง ๆ ส่งผลให้ปธน.ทรัมป์เรียกเก็บภาษีทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 10% ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 15% เป็นเวลา 150 วัน โดยใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อทดแทนมาตรการเดิมที่ถูกศาลฎีกาตีตกไป
.
เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรสำหรับบางประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 15% หรือสูงกว่านั้น จากอัตรา 10% ที่เพิ่งประกาศใช้ โดยไม่ได้ระบุว่าประเทศคู่ค้ารายใดจะถูกเก็บภาษีเพิ่มเติม
.
นักลงทุนจับตาการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างคณะผู้แทนของอิหร่านและสหรัฐฯ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันนี้ (26 ก.พ.) ด้านปธน.ทรัมป์ กล่าวในระหว่างการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ว่า อิหร่านยังคงสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธและเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นภัยต่อเสถียรภาพของตะวันออกกลางและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ พร้อมกับส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ อาจใช้กำลังทหารเพื่อยับยั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน และยืนยันว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างแน่นอน
.