Morning News Update 01-04-2569 ตลาดทองคำนิวยอร์ก
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ในวันอังคาร (31 มี.ค.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มบรรเทาลง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงหลังมีสัญญาณดังกล่าว ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อและความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
.
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 121.10 ดอลลาร์ หรือ 2.66% ปิดที่ 4,678.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
.
หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาพร้อมที่จะยุติการโจมตีอิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดอยู่ เนื่องจากเขามองว่าการใช้กำลังบีบบังคับให้อิหร่านเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันดังกล่าว อาจทำให้สงครามยืดเยื้อไปจากกรอบเวลาที่เขากำหนดไว้
.
ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานล่าสุดว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน เปิดกว้างต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม หากมีการรับประกันตามเงื่อนไขของอิหร่าน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีอิหร่านเคยโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ในช่วงต้นเดือนมี.ค.ว่า "หนทางเดียวที่จะยุติสงครามนี้ ซึ่งถูกจุดชนวนโดยระบอบไซออนนิสต์และสหรัฐฯ คือการยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน การชดใช้ค่าเสียหาย และการมีหลักประกันระหว่างประเทศที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการรุกรานในอนาคต"
.
สำรวจเพิ่มเติม
การตรวจสอบและการจัดการเครือข่าย
สถิติและการวิเคราะห์เว็บ
การจัดการข้อมูล
นักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำ แม้ทองคำจะถูกเทขายออกมาก่อนหน้านี้ก็ตาม โดยคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะกลับมาฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งภายในสิ้นปี 2569
.
รายงานคาดการณ์ล่าสุดของทีมนักวิเคราะห์ Goldman Sachs ระบุว่า แนวโน้มระยะกลางของทองคำยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และคาดว่าราคาทองคำอาจพุ่งแตะระดับ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางต่าง ๆ เข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง
.
อย่างไรก็ดี ตลอดเดือนมี.ค. ราคาทองคำร่วงลงกว่า 10% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2556 เนื่องจากสงครามอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งอาจกดดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 358,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.882 ล้านตำแหน่งในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2563 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 6.918 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.24 ล้านตำแหน่งในเดือนม.ค.
.
ทั้งนี้ ตัวเลข JOLTS นับเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสนใจ โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ยของเฟด
.
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 56,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. นอกจากนี้ คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4% ในเดือนมี.ค.
.