Morning News Update 02-04-2569 ตลาดทองคำนิวยอร์ก
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันพุธ (1 เม.ย.) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่ 4 โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการทำสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านใกล้จะยุติลง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้ฉุดราคาน้ำมันร่วงลง ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อและความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
.
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 134.50 ดอลลาร์ หรือ 2.87% ปิดที่ 4,813.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
.
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.32% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันวันที่สอง ทั้งนี้ การอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีความน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า กองทัพสหรัฐฯ จะถอนตัวจากอิหร่านภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำสิ่งนี้อีกต่อไป การเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่ปธน.ทรัมป์จะแถลงต่อชาวอเมริกันเพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทำสงครามอิหร่าน ในวันนี้ (2 เม.ย.) เวลาประมาณ 08.00 น. ตามเวลาไทย
.
นักวิเคราะห์จาก RJO Futures คาดการณ์ว่า ราคาทองคำมีโอกาสที่จะกลับไปอยู่เหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงลดระดับลง เนื่องจากสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงจะทำให้ความคาดหวังเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเริ่มกลับมาอีกครั้ง
.
ด้านนักวิเคราะห์จาก IG ให้ความเห็นว่า การสิ้นสุดของสงครามอาจกลายเป็นดาบสองคมสำหรับทองคำ โดยในด้านหนึ่ง ข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนจะเป็นปัจจัยสกัดแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยช่วยพยุงราคาทองคำเอาไว้ ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันที่ลดลงและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อ่อนตัวลงนั้น อาจทำความคาดหวังเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปี 2569 กลับมาอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาทองคำ
.
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 56,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. นอกจากนี้ คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4% ในเดือนมี.ค.
.